
เนื่องจาก ใกล้จะสอบแล้ว จะขอหยุดตกแต่งไปสักพักนึง ชั่วคราว
ถึงจะไม่มีคนมาก็เหอะ 55 ก็บอกกล่าวเอาไว้เฉยๆ เตือนตัวเองล่ะมั้ง -_-
กลับมาจะมาแต่งให้สวยๆเลย สัญญา >_<


เนื่องจาก ใกล้จะสอบแล้ว จะขอหยุดตกแต่งไปสักพักนึง ชั่วคราว
ถึงจะไม่มีคนมาก็เหอะ 55 ก็บอกกล่าวเอาไว้เฉยๆ เตือนตัวเองล่ะมั้ง -_-
กลับมาจะมาแต่งให้สวยๆเลย สัญญา >_<

ความทรงจำอันแสนเจ็บปวด สิ่งที่ไม่สามารถย้อนคืนมาได้
ความฝันทุกคืนของเขามักจะวนกลับไปเรื่องเดิมๆ
ไม่สามารถลบเลือนไปจากความทรงจำไม่ว่าจะพยายามเท่าไร

เด็กหนุ่มหน้าใส ผู้เป็นเจ้าของริมฝีปากสีชมพูอ่อนดุจกุหลาบแรกแย้ม กำลังยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ใบหน้าของเขาคมคายแต่ก็บอบบางราวกับว่ามันเป็นเพียงแก้วซึ่งไม่อาจะแตะต้อง นัยน์ตาดำลึกหามีiชีวิตชีวาไม่ ทุกอิริยาบถของเด็กหนุ่มดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ในส่วนลึกนั้นเขายังคงครุ่นคิดแต่เรื่องความฝัน
เด็กหนุ่มเดินไปรอรถเมย์แต่เช้าเช่นเคย ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้าไปถึงขั้วหัวใจ แต่สีหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เพียงเพราะในใจเขาด้านชาไปแล้วนั้นเอง
เขาขึ้นรถเมย์สายประจำ มุ่งหน้าไปยังที่ที่เขาเกลียดมากที่สุด แต่ก็จำเป็นต้องมา...ที่ทำงานของเขา เมื่อลงจากรถ เขาเดินอ่อนระโหยโรยแรงผลักเข้าไปในประตูกระจกบานใหญ่ ภายใต้ชื่อของ โฮสคลับ
แจจุง มาแล้วหรอ ลูกค้าประจำของนายมาถึงแล้วล่ะ รีบไปเร็ว เพื่อนร่วมงานดันหลังเขาออกมา หลังจากเปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยแล้ว แจจุงติดป้ายชื่ออย่างเบื่อหน่าย
เกลียดชื่อนี้จริงๆเลย ทำไมฟังแล้วมันน่าขยะแขยงอย่างนี้นะ เขาถอนหายใจ พลางเดินตรงไปยังโต๊ะที่ลูกค้าของเขารออยู่ เนื่องจากใบหน้าอันสวยงาม ทำให้ผู้ชายหลายคนเข้ามาหาแจจุงมากมาย รวมทั้งคนที่อายุราวกับพ่อของเขาก็มี แจจุงปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มและทักทายแขกประจำอายุรุ่นพ่อ
หลังเลิกงาน เขาแวะที่ร้านขายของชำอย่างเคย ในใจนึกต่อว่าตัวเองที่ไม่ยอมขัดขืนตาเฒ่านั่นตอนที่มันใช้มือหยาบกร้านลูบไล้ใบหน้าของเขาอย่างหลงใหล เขาส่ายหน้าให้กับความคิดนั้น แล้วเปิดประตูเข้าไปในร้าน แต่ก็ชนเข้ากับพนักงานคนนึงอย่างจัง
โครม!!!
อ๊ะ ขอโทษครับๆ เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ พอดีผมจัดของอยู่เลยไม่ทันระวัง ขอ...โทษ เด็กหนุ่มร่างสูงในชุดพนักงานสวมหมวกแก๊ปสีส้มรุ่นราวคราวเดียวกับเขาก้มลงฉุดแจจุงให้ลุกขึ้น ก่อนจะสะดุดที่ใบหน้าอันคุ้นตา
ไม่เป็นไรครับ ผมก็ต้องขอโทษด้วยแจจุงปัดฝุ่นที่ติดอยู่บนกางเกงก่อนจะเดินไปทางอื่น พนักงานคนนั้นมองตามแจจุงไป ก่อนจะรีบหลบหายเข้าไปหลังเคาน์เตอร์
เมื่อกี้ขอโทษนะครับ ผมเพิ่งเข้ามาใหม่ เพื่อเป็นการขอโทษผมแถมไอ้นี้ให้แล้วกันนะครับ พนักงานที่ชนกับแจจุยิ้ม แล้วยัดน้ำส้มขวดนึงลงไปในถุง ขณะที่แจจุเดินไปคิดเงินตรงเคาน์เตอร์
จะดีหรอครับ เป็นพนักงานใหม่ ทำอย่างนี้จะถูกว่าเอาได้นะครับ ริมฝีปากบางขยับถาม
ไม่เป็นไรหรอกครับ นี่ร้านของตาผมเอง ความจริงผมเพิ่งกลับมาจากเรียนมหาลัยน่ะครับ ช่วงนี้ว่างเลยมาอยู่ช่วยงานเฉยๆ เขาบอกพลางกดเครื่องคิดเลข
ทั้งหมด 970วอนครับ ว่าแต่คุณชื่ออะไรหรอฮะ หน้าคุ้นตามากเลย เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า หลานเจ้าของร้านส่งถุงพลาสติกให้แจจุง
คงเคยเดินผ่านกันมั้งครับ ผม...ทำงานแถวๆนี้นะครับ แจจุงรับถุงนั้นก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะฮะว่าชื่ออะไร ผมชื่อจุง ยุนโฮครับเสียงตะโกนดังไล่หลังมา
ใบหน้าขาวใสค่อยๆหันกลับมา ก่อนจะตอบไปว่า
คิม แจจุงครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับจุงยุนโฮ แจจุงหันหลังไปอีกครั้งก่อนจะชะงักอีกครั้ง
แล้วเจอกันอีกนะครับ คิมแจจุง
เป็นครั้งแรก...ที่รู้สึกว่าชื่อของเขานั้นเพราะ เมื่อออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้ น้ำเสียงที่ฟังดูบริสุทธิ์ราวกับทำให้โลกทั้งโลกสว่างสะไหว น้ำเสียงที่ร้องเรียกชื่ออันแปดเปื้อนของเขา... เหมือนกับว่าน้ำตาจะไหลออกมาโดยไร้สาเหตุ แจจุงเดินออกมาที่ป้ายรถเมย์
ผู้ชายคนนี้ช่างบริสุทธิ์จริงๆ ฉันไม่อยากทำให้เขาต้องปนเปื้อนไปด้วยความสกปรกของฉันเลย ถ้าเขาจำชื่อฉันไม่ได้ก็คงดี จุงยุนโฮ...นายไม่ควรมาทำความรู้จักกับคนอย่างฉันนะ เขาค่อยๆก้าวขึ้นรถเมย์แบกรับหัวใจอันหนักอึ้งกลับห้องเช่าอันโดดเดี่ยวของเขาเพียงลำพัง
นี่แจจุง...กลับบ้านกันเถอะ ไปกินไอติมกัน เสียงอันอบอุ่นดังขึ้นในความฝัน มือเล็กๆ ค่อยๆเอื้อมมากุมมือของเด็กชายแจจุง รอยยิ้มอันคุ้นเคยปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กๆ ทำให้เขายิ้มตามไปด้วย
เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปใช่มั้ย เสียงของแจจุงในวัยเด็กถามคนข้างๆ ขณะเลียไอติมสีสวย
อืม...จะเป็นดีมั้ยน๊า...55 เราต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปอยู่แล้วล่ะ ถ้าไม่มีฉัน นายจะไปอยู่กับใครล่ะ มือน้อยๆขยี้เส้นผมของแจจุงอย่างหมั่นไส้
แต่แล้ว...ความฝันอันแสนหวานกลับกลายเป็นภาพท้ายรถยนต์ซึ่งกำลังขับห่างออกไป ความรู้สึกเหมือนใจจะขาดถาโถมเข้ามา เขาวิ่งตามรถยนต์คันนั้นอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไปไม่ถึง... เขาตะโกนเรียกชื่อของใครคนหนึ่งสุดเสียง
จุง...
เขาสะดุ้งตื่นขึ้นยกมือทาบอก รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัว แจจุงสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะล้มตัวลงจ้องเพดานสีขาวอย่างครุ่นคิด
เขาพยายามจะเรียกชื่อใครกัน ไม่ว่านึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ทำไมวันนี้ความฝันกลับชัดเจนขึ้นนะ เด็กคนนั้นต้องเป็นคนสำคัญของเขาแน่ๆ แต่ทำไมถึงทิ้งเขาไป...เหมือนกับแม่ของเขา ซึ่งฝากเขาไว้กับยายแล้วหายไป ตอนอายุห้าขวบเขาก็สูญเสียคุณยายไปอีกคน แล้วเขาก็ได้พบกับเด็กชายคนนั้นในช่วงที่ไม่มีใคร เขาหยิบยื่นความรักอย่างเต็มใจให้กับแจจุงเป็นคนแรก
อ๊า!!! ริมฝีปากบางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ความทรงจำครึ่งๆกลางๆแบบนี้ เขาไม่อยากได้รับ เขาอยากจะนึกให้ออก แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เหลือทางเลือกเพียงทางเดียวคือลืมมันเสีย แต่เขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน
สายน้ำอันเย็นเฉียบไหลผ่านร่างขาวเนียนไร้ที่ติของแจจุง แต่ความเหน็บหนาวก็ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจได้ เขาแต่งตัวอย่างเชื่องช้าเหมือนเคย ดำเนินชีวิตอันแสนน่าเบื่อต่อไป...
แจจุงอ่า มีคนมาหาแน่ะ เสียงตะโกนเรียกเขาจากหน้าร้าน วันนี้ฝนตกหนักทำให้คนในร้านโฮสคลับดูบางตา แจจุงค่อยๆลุกไปพบแขกประจำของเขา
ฝนตกขนาดนี้ ยังจะมาอีกหรอเนี่ย สีหน้าของแจจุงเสดงถึงความขยะแขยง แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาเขาคือหลานชายเจ้าของร้านขายของชำ แจจุงรู้สุกอับอายเหลือเกินที่ยุนโฮมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้
สวัสดีครับ สบายดีรึเปล่า จำผมได้มั้ยครับ คิมแจจุง แต่ผู้ชายคนนี้ก็เปลี่ยนบรรยากาศที่แสนจะมืดครึ้มเป็นฤดูใบไม้ผลิเสียแล้ว
ผมเอาร่มมาให้ครับ เห็นคุณเดินเข้ามาในนี้บ่อยๆ อ่า ผมคงต้องกลับแล้วล่ะครับ ร่างสูงโปร่งยื่นร่มให้แจจุงที่รับไปอย่างเงอะงะ ก่อนจะหันหลังวิ่งตากฝนกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยแก้มที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน ที่ร่มคันนั้นมีโน้ตเล็กๆห้อยอยู่
ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วไปสำหรับคนที่เพิ่งเจอกันเมื่อวาน
แต่ผมรู้สึกว่าคุณน่ารักมากเลยครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะ
จาก จุง ยุนโฮ
แจจุงอมยิ้มให้กลับข้อความเหล่านั้น แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันขมขื่น มีคนหลงใหลรูปลักษณ์ภายนอกของเขาอีกแล้ว แต่ยุนโฮไม่น่าจะใช่คนอย่างนั้น เขาเป็นท้องฟ้าที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะกลับมาสดใสเสมอ ต่างจากเขาซึ่งเป็นเพียงผืนผ้าที่ถูกระบายแล้ว แจจุงมองตามเงารางๆอย่างปวดร้าว เขาจะไม่ทำให้ยุนโฮต้องเป็นเหมือนเขา
แจจุงพยายามหลบหน้ายุนโฮ หลีกเลี่ยงที่จะพบเขาที่โฮสคลับ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนไปซื้อของที่อื่น แต่ยิ่งหนี เขาก็ยิ่งคิดถึงร่างสูงนั่นมากขึ้น ใจของเขาคล้ายกับว่าหยุดเต้นไปเสียแล้ว ความฝันซ้ำซากทุกคืนบีบคั้นความรู้สึกที่หดหู่ออกมาเป็นดวงตาลึกโหล ใบหน้าของเขาซีดเซียวเหมือนคนขาดสารอาหาร
แจจุง...เป็นอารายปาย ม่ายยิ้มเลย มานี่มา ตาเฒ่ากวักมือเรียกแจจุงไปนั่งข้างๆก่อนจะโอบเขามาไว้บนตัก ริมฝีปากหนาไล้ไปตามซอกคอของแจจุง มือก็ทาบลงบนไหล่อันบอบบาง
ไปต่อกานบนนู้นดีกว่า แอลกอฮอล์ส่งกลิ่นโชยออกมาจากลมหายใจ ตาแก่หัวเราะอย่างคนไร้สติ ฉุดแจจุงให้ลุกขึ้นแล้วพาขึ้นไปชั้นสอง...
เกลียดตัวเองจริงๆเลย ทำไมสวรรค์ถึงทำให้ชีวิตของเขามีแต่ความมืดมนอย่างนี้นะ
แจจุงพาร่างอันบอบช้ำออกมาจากโฮสคลับ หิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอันมืดสนิท เขาก้าวขาอย่างยากลำบากไปที่ป้ายรถเมย์ ที่นั่นมีคนที่แสนอบอุ่นนั่งอยู่ เขาหันมายิ้มให้กับแจจุงก่อนจะเขยิบให้แจจุงนั่ง การกระทำของยุนโฮทำเอาน้ำตารื้นขึ้นมา ทั้งๆที่เขาทำเป็นไม่ใส่ใจมาตลอดแท้ๆ ทำไมผู้ชายคนนี้ยังทำดีกับเขาอีกนะ แล้วเปลือกตาของแจจุงก็ค่อยๆหลุบลง สติอันพร่าเลือนเห็นยุนโฮตะโกนเรียกชื่อของเขา
อย่า...อย่าเรียก อย่าแตะต้อง...ตัวฉัน แจจุงกระซิบ แต่ไม่มีพละกำลังพอที่จะต่อให้จบว่า
นายมีค่ามากกว่าคนอย่างฉัน สติของแจจุงก็ดับวูบ
ในมุมมืดมุมหนึ่งของซอกตึก เด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่งนั่งขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาที่เขาดึงติดมาด้วย ก่อนที่บ้านหลังสุดท้ายของเขาจะถูกยึด... เยารู้แค่ว่ามีผู้ชายหลายคนเดินเข้ามาในบ้าน มีเพียงความรู้สึกกลัวเท่านั้นที่ทำให้เขาตัดสินใจวิ่งออกจากบ้าน เขาไม่มีที่ไป... เขาไม่มีใครแล้ว...
หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของแจจุงมอมแมม เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ความหิวได้กินกระเพาะจนไม่เหลือ สำหรับเด็กตัวเล็กๆ ชีวิตมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน
เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แจจุงเงยหน้าขึ้น ประสานสายตาเข้ากับเด็กสวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงินเข้ากับเสื้อกันหนาวของเขา เด็กคนนั้นหอบแฮ่กๆ ก่อนจะหยุดตรงหน้าแจจุง และค่อยๆแหงนหน้าขึ้นเพื่อที่จะได้ดูใต้ปีกหมวกให้ชัดเจน
เขาเอื้อมมือมาจับแก้มของแจจุง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจ มือคู่นั้นดึงแจจุงให้ตามไปกับเขา
แม้จะไม่มีคำพูดใดๆ แจจุงก็รับรู้ได้ว่า เด็กคนนี้จะไม่ทำอันตรายต่อเขา เขากลับรู้สึกอุ่นใจและวางใจเมื่ออยู่ภายใต้มือคู่นี้
เมื่อคุยกับคุณหมอแล้ว ยุนโฮก็กลับเข้ามาในห้องของแจจุง เปลือกตาที่เปิดอยู่หุบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู
ยุนโฮเดินมายืนข้างๆเตียงของแจจุง สำรวจใบหน้าอิดโรยนั้นเป็นเวลานาน ก่อนจะเอ่ยปากพูด
ฉันขอโทษนะ...นายคงจำฉันไม่ได้ แต่ว่าเรารู้จักกัน เราสนิทกันมากๆเลยล่ะ เมื่อก่อนนายชอบกินไอติมที่บ้านฉันมากเลยรู้มั้ย เรานั่งกินด้วยกันเสมอเลย...ขนาดหนาวๆอย่างนี้ เราก็ยังกิน เขาหัวเราะด้วยน้ำเสียงแปลกๆ
นายไม่รู้ใช่มั้ย... ยุนโฮใช้นิ้วไล่ไปตามใบหน้าอันนิ่งสนิทของแจจุง
ใช่สิ...นายไม่เคยรู้ น้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้มของเขา
นายคือเด็กคนนั้นเองสินะ เสียงแหบพร่าของแจจุงดังขึ้น
แจจุง!!
ขอโทษนะ ฉันไม่อยากฟัง
ฟังฉันก่อนสิ ยุนโฮมองแจจุงอย่างปวดร้าว ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก
ฉันไม่เคยลืมนาย ตั้งแต่ตอนแรกที่เราพบกัน ฉันคิดว่า...นายต้องการคนปกป้อง และคนคนนั้นต้องเป็นฉัน...เท่านั้น แต่ฉันเพิ่งรู้หลังจากย้ายบ้านมาแล้ว ว่า...ไม่ใช่นายที่ต้องจากฉัน ฉันต่างหากที่ต้องการนาย ลมหายใจขาดเป็นช่วงๆ ดวงตาของร่างสูงวาววับด้วยน้ำตา มือเรียวยาวกำเสื้อของของเขาไว้ เหมือนกับหัวใจของเขาค่อยๆแตกสลาย
ยุนโฮทรุดตัวลงบนพื้นห้องพยาบาล
แจจุง...ไม่ว่านายจะเป็นยังไง ทำอะไร อยู่ที่ไหน ฉันก็ยังรักนายเสมอ ฉันขอโทษที่ไม่สามารถดูแลนายได้ตลอดเวลาอย่างที่ฉันสัญญา ตอนที่ฉันได้เจอนายอีกครั้ง หัวใจของฉันอัดแน่นไปด้วยความดีใจ คราวนี้ฉันสาบานว่า...จะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้ว ฉันจะไม่ไปไหนแล้ว เพราะฉะนั้น...ขอร้องเถอะนะ นายอย่าหนีฉันอีกเลย ยุนโฮกุมมืออันบอบบางของแจจุงเอาไว้
ปล่อยฉันเถอะ มันผิดตั้งแต่แรกที่เราพบกันแล้ว เราไม่สมควรจะเจอกันอีก เราไม่มีอะไรเหมาสมกันเลย นายบริสุทธิ์...จนฉันไม่อาจะแตะต้องนายได้ ฉัน... น้ำใสๆร่วงหล่นลงมาจากดวงตาของแจจุง เจ้าตัวรีบยกมือขึ้นปาดมัน
ยุนโฮรวบคนป่วยบนเตียงเข้ามาในอ้อมกอด
สำหรับฉันมันไม่สำคัญ ขอเพียงแค่นายอยู่กับฉัน...อยู่ข้างๆฉัน เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ฉันรักนาย ความรู้สึกนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ได้โปรด อย่าผลักไสฉันอีกเลยนะ เขาซบหน้าลงบนไหลของแจจุง
ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมอบความรักให้เขามากมายเหลือเกิน ให้เขามากเสียจนไม่รู้จะตอบแทนยังไง แจจุงกัดริมฝีปาก
เพราะว่า...ฉันก็รักนาย...จุง ยุนโฮ....ฉันจึงอยากให้นายเจอคนที่ดีกว่าฉัน
ถ้าไม่มีนาย ฉันไม่สามารถรักคนอื่นได้ ฉันรักนายคนเดียว...ฉันรักนาย...ได้คนเดียวเท่านั้น ยุนโฮสบตาของแจจุง สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ใจสื่อความหมายตามที่เขาพูดทุกประการ
ยุนโฮค่อยๆโน้มลงมาจุมพิตที่เปือกตาของแจจุง ก่อนจะเลื่อนมาที่ริมฝีปากสีชมพูจางๆ ของแจจุงและปิดมันอย่างอ่อนโยน
ไม่มีคำพูดระหว่างเขาทั้งสอง ฝันร้ายของแจจุงจบลงแล้ว มีเพียงแสงสว่างเท่านั้น ที่จะนำทางเขาไปที่ที่เขาไม่เคยได้สำผัสถึง...ความรัก
ที่เต็มใจมอบให้กับคนที่เศร้าหมองอย่างเขา

ฉันก็รักนาย...จุงยุนโฮ
วันนี้ไปสอบเคนโด้มาจ๊า Kyu 10
แป่ว...ก็คนมันอ่อนนี่นา ไม่ช่ายๆ ก็ครั้งแรกมันก็ต้องสอบอันนี้ก่อนนี้นะ
หลังสอบเสร็จประมาณหกโมงกว่า พี่เดม่อนก็พาเราทั้งสิบสองคน (?) ไปเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นที่โรงเรียนอย่างหรูเลย โอ้..คือพี่เขาใจดีมากๆ มันเป็นบุฟเฟย์อ่ะ
กินกันคุ้มเลยว่างั้นเถอะ เราอยากจ่ายส่วนนึงบ้างอ่ะ คือมันคนละห้าร้อย แค่แบบ..พี่เขาจ่ายการ์ด...
อยากบอกว่าขอบคุณพี่เขามากๆเลย ถ้าไม่มีพี่เขา ชมรมของเราคงจะไม่หรูขนาดนี้ ขอบคุณที่พี่เขาเป็นคนใจดีอย่างนี้ มีความรับผิดชอบ ใจกว่างอีกตั้งหาก ข้าน้อยขอนับถือ
ในวันข้างหน้า ถ้าพี่ต้องการความช่วยเหลือ บอกข้าน้อยได้ทุกเมื่อ
...วันนี้เกริ่นๆ ไว้ก่อน เพราะในวันข้างหน้า มันจะไม่ใช่ทางไดอารี่อย่างนี้แล้ว
แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ เลยเขียนเป็นไดอารี่สักหน่อย อิอิ

[-บล๊อกอันเก่า จำรหัสผ่านไม่ได้อ่ะ ยังไงก็ขอเปลี่ยนใหม่เป็นอันนี้แล้วกันนะ-]
[[-เหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบเลยแหะ -_-a"-]]